บาร์เซโลนา เซ็นสัญญากับยอดนักเตะมามากมาย หลายรายที่ย้ายมาพร้อมกับชื่อเสียงและความคาดหวังอย่างสูง บางคนย้ายมาด้วยค่าตัวมหาศาลแต่กลับทำผลงานได้ย่ำแย่ ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน แต่นี่คือดีลที่ขึ้นชื่อว่าแย่ที่สุดตลอดกาลของพวกเขา แต่อย่างก็ตาม บาร์เซโลนา คือหนึ่งในสโมสรที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดของสเปน และมีนักเตะชั้นยอดมากมายย้ายมาสร้างตำนานกับพวกเขา

ดีลที่แฟนบอลของ บาร์เซโลนา เห็นด้วยว่าแย่ที่สุดตลอดกาลของสโมสร

1.ฟิลิปป์ คูตินโญ

อาซูลกรานา ยอมทุ่มเงิน 135 ล้านยูโร เพื่อคว้าตัว คูตินโญ มาร่วมทีม แต่กลับไม่มีผลงานเป็นที่จดจำของแฟนบอลและไม่สามารถยึดตำแหน่งตัวจริงในทีมได้จนถูกปล่อยให้ บาเยิร์น มิวนิค และ แอสตัน วิลลา ยืมตัว หลังจากพยายามหาทางปล่อยตัวแนวรุกชาวแซมบ้ารายนี้มาหลายปี ในที่สุดบาร์ซ่าต้องปล่อยให้ วิลลา ในราคาเพียง 20 ล้านยูโร และถูกแฟนบาร์ซายกให้เป็นดีลที่แย่สุดในประวัติศาสตร์สโมสร

 

2.อองตวน กรีซมันน์

กรีซมันน์ เป็นหนึ่งในกองหน้าที่เนื้อหอมที่สุดของยุโรป ก่อนจะเป็น บาร์เซโลนา ที่ทุ่มเงินกว่า 100 ล้านยูโร ดึงตัวเขามาร่วมทีมเมื่อปี 2019 และไม่มีใครปฏิเสธเรื่องฝีเท้าของเขา แต่ดูเหมือนว่าเคมีของ กรีซมันน์ กับ บาร์ซา ดูจะไม่เข้ากัน จนต้องถูกปล่อยให้ แอตฯมาดริด ต้นสังกัดเก่ายืมตัว แบบที่แฟนบอลอาซูลกรานาไม่รู้สึกเสียดายมากนัก

 

3.ซลาตัน อิบราฮิโมวิช

บาร์เซโลนา ไม่เพียงจ่ายเงินให้ อินเตอร์ มิลาน 69.5 ล้านยูโร พวกเขายังมอบ ซามูเอล เอโต้ ให้กับทีมงูใหญ่เป็นเงื่อนไขในดีลครั้งนี้ด้วย อย่างไรก็ตามดาวยิงชาวสวีดิชทำไปเพียง 21 ประตูรวมทุกรายการ นอกจากนี้ยังมีปัญหาเรื่องความสัมพันธ์กับ เป๊ป กวาร์ดิโอลา กุนซือของอาซูลกรานาในเวลานั้น จนแฟนบอลบาร์ซ่ายกให้เขาเป็นหนึ่งในการเซ็นสัญญาที่ผิดพลาดที่สุด

 

4.มาร์ติน เบรธเวต

เบรธเวต ย้ายมาจาก เลกาเนส ด้วยค่าตัว 18 ล้านยูโร แต่แทบไม่ได้ลงสนามเป็นตัวจริงให้ บาร์เซโลนา เลบ และทำไปเพียง 5 ประตู จากการลงสนาม 44 นัดในลาลีกา และที่น่าเห็นใจกว่านั้นคือเขาโดนแฟนบอลอาซูลกรานาโห่และถูกกล่าวหาว่าทำตัวมีปัญหากับสโมสร ก่อนที่ทั้งสองฝ่ายจะตกลงยกเลิกสัญญาเพื่อบรรเทาปัญหาด้านการเงินของทีม

 

5.มิราเล็ม ปานิช

ปานิช เป็นส่วนหนึ่งในดีลสลับขั้วกับ อาร์ตูร์ ที่ย้ายไปอยู่กับ ยูเวนตุส โดยมีข่าวว่าทั้งสองทีมทำให้ดีลนี้มูลค่าสูงเกินจริงเพื่อสร้างสมดุลให้กับบัญชีของทั้งสองสโมสร และดาวเตะชาวบอสเนียถูกคาดหวังว่าจะเข้ามาเป็น ชาบี เอร์นานเดซ คนใหม่ของสโมสร แต่เขาได้ลงเล่นให้ บาร์เซโลนา เพียง 30 นัด รวมเวลา 1,296 นาที ก่อนอำลาทีมไปเมื่อปี 2022

 

6.เคียร์ริสัน

เคียร์ริสัน ย้ายจากพัลไมรัสมาอยู่ บาร์เซโลนา เมื่อปี 2009 ด้วยค่าตัว 14 ล้านยูโร แต่เขาล้มเหลวอย่างสิ้นเชิงในสเปน โดยเขาไม่ได้ลงสัมผัสเกมการแข่งเลยแม้แต่นัดเดียว และถูกปล่อยยืมให้กับหลายสโมสรตั้งแต่ฤดูกาลแรกทั้ง เบนฟิก้า,ฟิออเรนตินา,ซานโตส,ครูเซย์โร และ คอริติบา ก่อนจะย้ายกลับไปซบทีมในบ้านเกิดแบบไร้ค่าตัวเป็นการถาวรเมื่อปี 2014

7.ดิมิโทร ชิกรินสกี้

ช่วงซัมเมอร์ปี 2009 บาร์เซโลนา จัดการคว้าตัวปราการหลังดาวรุ่งฝีเท้าดีมาจาก ชัคเตอร์ โดเน็ทส์ค ด้วยราคา 25 ล้านยูโร หลังมีโอกาสได้เห็นความสามารถในเกมยูฟ่า ซูเปอร์คัพ ที่ทั้งสองทีมพบกัน และอย่างไรก็ตามในปี 2010 แนวรับทีมชาติยูเครนถูกขายกลับไปให้ต้นสังกัดเก่าด้วยราคา 15 ล้านยูโร โดย ซานโดร โรเซลล์ ประธานสโมสรในขณะนั้นให้เหตุผลว่าต้องนำเงินไปใช้หนี้ที่ โจน ลาปอร์ต้า ประธานคนก่อนหน้าได้สร้างเอาไว้ ถึงแม้ เป็ป กวาร์ดิโอลา กุนซือเจ้าบุญทุ่มขณะนั้นต้องการเก็บเขาไว้ก็ตาม

 

8.อเล็กซานเดอร์ เคล็บ

เคล็บ ตัดสินใจย้ายจาก อาร์เซนอล ขณะที่เป็นขวัญใจในถิ่น เอมิเรตส์ สเตเดียม มาอยู่กับ บาร์เซโลนา ในช่วงซัมเมอร์ปี 2008 ตามรอย เธียร์รี อองรี หัวหอกระดับตำนานของไอ้ปืนใหญ่ แต่เขากลับไม่ค่อยมีส่วนร่วมกับ 3 แชมป์ในฤดูกาลดังกล่าวเท่าใดนัก โดยตลอด 36 นัดที่ลงเล่นให้ อาซูลกรานา เขาทำประตูไม่ได้เลย ก่อนที่ 2 ซีซันถัดมาจะถูกปล่อยยืมให้กับ สตุ๊ตการ์ต ต้นสังกัดเก่า ,เบอร์มิงแฮม ซิตี้ และ โวล์ฟบวร์ก จนในที่ดาวเตะทีมชาติเบลารุสก็หมดอนาคตกับบาร์ซาและ ย้ายไปเล่นในลีกรัสเซียแทน

 

9.จิโอวานนี

ในประวัติศาสตร์ของ บาร์เซโลนานั้นมีแนวรุกเลือดแซมบ้าอย่าง ริวัลโด ,โรนัลโด,โรนัลดินโญ และ เนย์มาร์ ที่คอยสร้างสีสันและผลงานอันโดดเด่นออกมาให้แฟนบอลได้ตื่นตาตื่นใจ แต่ไม่ใช่กับเพลเมกเกอร์อย่าง จิโอวานนี ดาวเตะค่าตัว 18 ล้านยูโรย้ายมาจาก ครูเซโร ใน 2001 โดยเขารับใช้เจ้าบุญทุ่มมากกว่า 50 นัดรวมทุกรายการ ตลอด 2 ซีซัน แต่กระนั้นก็ยังไม่ดีพอสำหรับทัพอาซูลกรานา จนต้องย้ายไปเล่นแบบยืมตัวกับ เบนฟิก้า ในปี 2003 และย้ายถาวรแบบไม่มีค่าตัวในฤดูกาลถัดมา

 

10.อังเดร โกเมส

กองกลางจากบาเลนเซียย้ายมาอยู่กับบาร์ซาหลังเสร็จสิ้นภารกิจคว้าแชมป์ยูโร 2016 กับทีมชาติโปรตุเกส แต่กลับไม่สามารถรีดฟอร์มเก่งของตัวเองออกมาโชว์บนถิ่นคัมป์นูได้เลย จนถูกปล่อยไปอยู่กับเอฟเวอร์ตันในปี 2018 โดยเจ้าตัวออกมายอมรับในภายหลังว่าไม่สามารถรับมือกับความกดดันในการค้าแข้งกับอาซูลกรานาได้